Ella Clinic

Radiesse

      การดูแลผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว Radiesse คือหนึ่งในนวัตกรรมฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมระดับโลก ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ไม่เพียงแค่เติมเต็มแต่ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ทำให้ผลลัพธ์สวยยาวนานและเป็นธรรมชาติ

Radiesse คืออะไร? ฟิลเลอร์ที่ช่วยให้หน้าเด็กได้จริงหรือ

      Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่ผลิตจาก Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่มีโครงสร้างคล้ายกับแคลเซียมในกระดูกและฟันของมนุษย์ สารนี้มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวหน้าดูเต่งตึงและลดเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ Radiesse ยังช่วยเติมเต็มร่องลึกและยกกระชับผิวหน้า ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น

รู้จัก Radiesse ประวัติและผู้ผลิตที่เชื่อถือได้

      Radiesse ถูกพัฒนาโดย Merz Aesthetics ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Merz Pharma Group ที่มีฐานอยู่ในประเทศเยอรมนี บริษัทนี้มีความเชี่ยวชาญในด้านการแพทย์ความงามและมีประวัติการดำเนินงานมายาวนานตั้งแต่ปี 1908 โดย Radiesse ได้รับการรับรองจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึง FDA ในสหรัฐอเมริกา และมีการใช้ในมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

Radiesse แก้ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง?

      Radiesse เป็นนวัตกรรมฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายอย่าง และทำให้ผิวของคุณดีขึ้น ดังนี้

  • สุขภาพผิวที่ดีขึ้น: Radiesse ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้สุขภาพผิวดีขึ้นจากชั้นในสู่ชั้นนอก ส่งผลให้ผิวดูเปล่งปลั่งและแข็งแรงมากขึ้น
  •  ใบหน้าดูอ่อนเยาว์: การฉีด Radiesse จะช่วยเติมเต็มริ้วรอยและร่องลึก ทำให้ใบหน้าดูเต่งตึงและมีความกระชับมากขึ้น ช่วยลดความหย่อนคล้อยของผิว
  • ผลลัพธ์ยาวนาน: ผลลัพธ์จากการทำ Radiesse สามารถอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังการรักษา ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเข้ารับการรักษาบ่อยครั้ง
  • เหมาะสำหรับหลายพื้นที่: Radiesse สามารถใช้ได้กับหลายบริเวณ เช่น ร่องแก้ม, แก้ม, และมือ เพื่อเติมเต็มและปรับรูปหน้าให้ดูดีขึ้น
  • ปรับปรุงพื้นผิวผิวหนัง: ฟิลเลอร์นี้ยังช่วยในการปรับปรุงพื้นผิวของผิว ทำให้ดูเรียบเนียนและมีความชุ่มชื้นมากขึ้น

      นอกจากนี้ Radiesse Plus ยังมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และแข็งแรงขึ้นในระยะยาว การฉีดสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้การผ่าตัดหรือพักฟื้น ทำให้เป็นทางเลือกที่สะดวกสบายสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า

Radiesse vs. Radiesse Plus แบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่ากัน

      เมื่อพูดถึงการเติมเต็มและยกกระชับผิว Radiesse และ Radiesse Plus เป็นสองตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ละตัวมีคุณสมบัติและข้อดีที่แตกต่างกัน มาดูกันว่าแบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด

Radiesse

      Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่ใช้สำหรับเติมเต็มริ้วรอยและปรับโครงหน้า โดยจะต้องมีการผสมยาชาก่อนทำการฉีด ซึ่งอาจทำให้รู้สึกเจ็บเล็กน้อยในระหว่างการรักษา ผลลัพธ์มักจะเห็นได้ชัดในช่วง 1-6 เดือนหลังจากการฉีด และสามารถอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี

Radiesse Plus

      Radiesse Plus เป็นรุ่นที่พัฒนาขึ้นโดยเพิ่มสาร Lidocaine ซึ่งเป็นยาชาเข้าไปในสูตร ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายมากขึ้นระหว่างการฉีด โดยไม่ต้องผสมยาชาก่อน ฉีดได้ทันที ผลลัพธ์จะเห็นได้ทันทีหลังจากการฉีด และสามารถอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน Radiesse Plus เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างโครงหน้าให้มีมิติและคมชัดมากขึ้น

ข้อดีของ Radiesse

  • ผลลัพธ์ทันที: หลังการฉีด ผู้รับบริการสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที
  • กระตุ้นการผลิตคอลลาเจน: ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิว
  • ผลลัพธ์ยาวนาน: อยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน
  • ไม่ต้องพักฟื้น: สามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้ทันที
  • ความปลอดภัยสูง: ได้รับการรับรองจาก FDA และหน่วยงานอื่น ๆ ทั่วโลก

ข้อเสียของ Radiesse

  • ผลข้างเคียง: อาจเกิดผลข้างเคียงเช่น บวม, แดง, หรือช้ำ
  • ไม่เหมาะกับบางบุคคล: ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่มีผิวหนังอักเสบหรือแพ้ส่วนประกอบ
  • ราค: อาจสูงกว่าฟิลเลอร์ประเภทอื่น
  • ไม่เหมาะสำหรับบางบริเวณ: ไม่แนะนำให้ฉีดในบริเวณที่บอบบาง เช่น รอบดวงตาหรือริมฝีปาก

Radiesse ฉีดตรงไหนให้ปัง

บริเวณที่สามารถฉีด Radiesse ได้

  • หน้าแก้ม: ช่วยเติมเต็มและยกกระชับบริเวณแก้ม ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีมิติ
  • กรอบหน้า: ช่วยปรับรูปหน้าให้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณกรอบหน้าที่อาจดูหย่อนคล้อย
  • ร่องแก้ม: ช่วยลดเลือนร่องลึกที่เกิดจากริ้วรอย ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
  • ร่องน้ำหมาก: ช่วยเติมเต็มบริเวณนี้เพื่อลดความลึกของร่องน้ำหมาก
  • คอ: สามารถใช้ในการยกกระชับผิวบริเวณคอที่เริ่มหย่อนคล้อย
  • มือ: ช่วยเติมเต็มและปรับปรุงสภาพผิวของมือที่มีริ้วรอยหรือขาดความชุ่มชื้น
  • หน้าอก: สามารถใช้เพื่อปรับปรุงรูปลักษณ์ของผิวบริเวณหน้าอกได้

      ข้อควรระวัง Radiesse ไม่แนะนำให้ฉีดในบริเวณที่บอบบาง เช่น ใต้ตาหรือริมฝีปาก เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการฉีดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด

การเลือกใช้ Radiesse เหมาะกับใคร

      Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเติมเต็มผิวให้ดูอ่อนเยาว์ มาดูกันว่าใครที่เหมาะกับการใช้ Radiesse บ้าง

  • ผู้ที่มีผิวหน้าขาดคอลลาเจน: หากคุณรู้สึกว่าผิวหน้าของคุณไม่มีวอลลุ่มและดูแห้งกร้าน Radiesse จะช่วยเติมเต็มและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
  • ผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก: สำหรับคนที่มีร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือร่องมุมปาก Radiesse สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย: หากกรอบหน้าของคุณไม่ชัดเจนหรือผิวเริ่มหย่อนคล้อย Radiesse จะช่วยยกกระชับให้ใบหน้าดูเรียวและเฟิร์มขึ้น
  • ผู้ที่มีผิวแห้งและหมองคล้ำ: Radiesse เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดความสดใส และมีรูขุมขนกว้าง ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียนขึ้น
  • ผู้ที่มีริ้วรอยบริเวณหลังมือและลำคอ: นอกจากใบหน้า Radiesse ยังสามารถใช้เพื่อเติมเต็มริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณหลังมือและลำคอได้
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังยุบลง: หากคุณมีรอยแผลเป็น รอยบุ๋ม หรือหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก Radiesse จะช่วยเติมเต็มให้ผิวกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง
  • ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป: สำหรับผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยตามวัย และต้องการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ของผิว Radiesse เป็นตัวเลือกที่ดีในการเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว

      Radiesse จึงเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวและลดริ้วรอยอย่างมีประสิทธิภาพ

Radiesse Plus ก่อนตัดสินใจ ฉีดอะไร ต้องรู้!

      การทำ Radiesse Plus นั้นถือว่าเป็นการลงทุนกับการดูแลตัวเองที่ค่อนข้างเห็นผลชัดเจน ทำให้มีผู้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ก่อนที่จะตัดสินใจทำจริง ๆ มาลองดูข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณากันก่อน เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการจริง ๆ

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน: Radiesse Plus ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และมีความยืดหยุ่น
  • ผลลัพธ์ทันที: ผู้รับการรักษาจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนทันทีหลังจากการฉีด โดยกรอบหน้าจะดูคมชัดขึ้น
  • ผลลัพธ์ยาวนาน: ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลรักษา
  • ไม่ต้องพักฟื้น: ผู้รับบริการสามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้ทันทีหลังจากการฉีด
  • ความปลอดภัยสูง: Radiesse Plus ได้รับการรับรองจาก US FDA และมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากส่วนประกอบหลักคือ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในร่างกายมนุษย์ข้อเสียของ Radiesse Plus
  • อาจเกิดผลข้างเคียง: อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักจะหายไปภายในไม่กี่วัน
  • ค่าใช้จ่ายสูง: ราคาของ Radiesse Plus อาจสูงกว่าฟิลเลอร์ประเภทอื่น ทำให้บางคนอาจรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า
  • ต้องเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: การฉีด Radiesse Plus ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดผิดตำแหน่ง
  • ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและสภาพผิว อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน Radiesse Plus เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้าให้ดูดีขึ้น แต่ควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจทำ

Radiesse Plus ข้อควรระวังหลังทำ และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

      หลังจากการฉีด Radiesse Plus มีข้อควรระวังที่สำคัญเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวังและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีด: ควรหลีกเลี่ยงการจับ ลูบ หรือเกาผิวหน้าในบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดความเสี่ยงของการเกิดอาการบวม.
  2. งดการแต่งหน้า: ควรงดการแต่งหน้าหลังจากการฉีดประมาณ 12 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวและลดโอกาสในการเกิดการระคายเคือง.
  3. ประคบเย็น: หากมีอาการบวม สามารถประคบเย็นในวันแรกหลังจากฉีด และหลังจากนั้นสามารถประคบอุ่นได้.
  4. หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก: ควรงดการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังการฉีด.
  5. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่: ควรงดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 2-3 วันหลังจากการฉีด เพื่อให้กระบวนการฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่น.
  6. หลีกเลี่ยงยากลุ่ม NSAIDs: ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่ม NSAIDs (เช่น ibuprofen) ในช่วง 1 สัปดาห์หลังจากการฉีด เพราะอาจเพิ่มโอกาสในการเกิดรอยช้ำ.
  7. ดื่มน้ำเพียงพอ: ควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น.
  8. สังเกตอาการผิดปกติ: หากพบอาการผิดปกติ เช่น บวมมากเกินไป หรือมีอาการแสบร้อน ควรปรึกษาแพทย์ทันที.
  9. ไม่ทำหัตถการอื่น ๆ ทันที: ควรรออย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนทำหัตถการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับใบหน้า เพื่อให้ผลลัพธ์ของ Radiesse Plus มีเวลาปรับตัว

      การปฏิบัติตามข้อควรระวังเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากการทำ Radiesse Plus และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

เปรียบเทียบกันชัด ๆ Radiesse Plus VS Radiesse

      Radiesse และ Radiesse Plus เป็นสารเติมเต็มที่ใช้ในการปรับรูปหน้าและลดเลือนริ้วรอย แต่มีความแตกต่างกันในหลายด้านที่สำคัญ เช่น

ส่วนประกอบและกลไกการทำงาน

      Radiesse ประกอบด้วย Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวดูเต่งตึงและเรียบเนียน ในขณะที่ Radiesse Plus มีส่วนผสมเดียวกัน แต่เพิ่ม Lidocaine 0.3% ซึ่งเป็นยาชาที่ช่วยลดความเจ็บปวดขณะทำหัตถการ ทำให้ผู้รับการรักษารู้สึกสบายมากขึ้นระหว่างการฉีด

Radiesse Plus ราคาพิเศษ สวยคุ้มเกินคาด

      ราคาของ Radiesse Plus จะอยู่ที่ 36,900 บาท/กล่อง จากปกติ 58,000 บาท นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันสุดพิเศษ คือ พิเศษซื้อ 2 กล่องลด 10,000 บาท

      เมื่อเลือกคลินิกสำหรับการฉีด Radiesse Plus ควรระวังราคาที่ต่ำเกินไป เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณว่าผลิตภัณฑ์นั้นไม่ใช่ของแท้ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้

      บอกเลยว่า Radiesse Plus ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียบเนียนและมีมิติ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียอย่างรอบคอบ รวมถึงเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการทำหัตถการนี้เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save